top of page

สรุป 4 เทรนด์เทคโนโลยีทางการแพทย์ในปี 2024 ที่โรงพยาบาลไม่ควรพลาด!


พร้อมเริ่มต้นปีใหม่ 2567 กันรึยัง? ในปีหน้าที่จะถึงนี้ถือเป็นอีกหนึ่งปีที่ท้าทายการทำงานของผู้ประกอบการธุรกิจโรงพยาบาลหรือการดูแลสุขภาพ เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของภูมิทัศน์ด้านการดูแลสุขภาพ หรือ Healthcare Landscape จากพฤติกรรมของผู้ป่วยที่เปลี่ยนแปลงไป รวมถึงความก้าวหน้าของเทคโนโลยีต่าง ๆ มากมาย พวกเรา MEDcury จึงได้รวบรวมเทรนด์เทคโนโลยีการแพทย์ที่น่าสนใจมาให้ทุกคนแล้วในบทความนี้ ถ้าไม่อยากตกเทรนด์ ตามมาดูกันเลย แล้วมาปรับตัวก้าวให้ทันยุคทันสมัย พร้อมดำเนินธุรกิจให้เติบโต เอาชนะใจผู้ป่วยในปีหน้านี้กัน


สรุป 4 เทรนด์เทคโนโลยีทางการแพทย์ในปี 2024 ที่โรงพยาบาลไม่ควรพลาด!

1. Remote Patient Monitoring (RPM) และ Telemedicine

ข้อมูลจาก IDC ชี้ว่าเทคโนโลยี Remote Patient Monitoring (RPM) และ Telemedicine เป็นเทคโนโลยีอันดับหนึ่งที่เหล่าผู้บริหารที่มีอำนาจในการตัดสินใจในโรงพยาบาลหรือคลินิกต้องการจัดแจงงบให้เพื่อลงทุนและพัฒนา เพราะเทคโนโลยีนี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการส่งมอบการรักษาพยาบาล ผู้ป่วยจึงสามารถเข้าถึงการรักษาพยาบาลได้ง่ายขึ้น เนื่องจากผู้ป่วยไม่จำเป็นต้องเดินทางมาโรงพยาบาลเพื่อพบแพทย์เอง นอกจากนี้การมี RPM และ Telemedicine ยังช่วยให้โรงพยาบาลสามารถแก้ไขปัญหาขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเพิ่มความสามารถสูงสุดในการดูแลผู้ป่วยเชิงรุกได้อีกด้วยนั่นเอง นี่จึงเป็นเหตุผลที่เหล่าผู้บริหารวางแผนที่ลงทุนและพัฒนาในเทคโนโลยีนี้อย่างต่อเนื่องในปี 2567 นี้


2. AI และ Generative AI

AI ถือเป็นเทคโนโลยีที่มีบทบาทสำคัญในวงการแพทย์มาสักพักแล้ว เช่น การช่วยเหลือในการคัดกรองตนเอง (Self-guided Screening) การวิเคราะห์และวินิจฉัยจากภาพวินิจฉัย (Imaging Analytics and Diagnostics) เป็นต้น แต่ Generative AI ถือเป็นอีกแขนงหนึ่งของเทคโนโลยี AI ที่กำลังมาแรงมาก เพราะมันเกิดมาเพื่อพลิกโฉมโลกการทำงานแทบจะทุกวงการ นอกจากนี้เหล่าผู้เชี่ยวชาญต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่ามันจะสร้างแรงกระเพื่อมยาวนานต่อไปอีกอย่างน้อย 12 เดือนข้างหน้านี้ การประยุกต์ใช้ Generative AI ในวงการดูแลสุขภาพนั้นถือว่าไร้ขีดจำกัด ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มความสามารถในการใช้ประโยชน์จาก AI ประเภทอื่น ๆ การสร้าง Chatbot หรือ Virtual Assistant คอยช่วยเหลือผู้ป่วยด้วยคำแนะนำที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคลอย่างเป็นธรรมชาติ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีให้แก่ผู้ป่วย และอื่น ๆ อีกมากมาย


3.  Virtual Healthcare Assistants และ Chatbot

เทคโนโลยีนี้ถือเป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีที่กำลังมาแรงที่โรงพยาบาลควรจับตามอง เพราะเป็นเทคโนโลยีที่เรียกว่ายิงปืนครั้งเดียวได้นกสองตัว โดยสามารถคอยเป็นสายซัพพอร์ตให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ เพื่อให้คำแนะนำเกี่ยวกับการรักษา การวินิจฉัย และการใช้ยา อีกทั้งยังเป็นเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลที่พร้อมให้บริการแก่ผู้ป่วยอย่างเต็มใจ และทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นการตอบคำถามคลายข้อสงสัยเกี่ยวกับบริการต่าง ๆ หรือการดูแลสุขภาพของผู้ป่วย การนัดหมายแพทย์พร้อมเชื่อมต่อไปยังระบบสารสนเทศโรงพยาบาล หรือระบบ HIS หรือแม้แต่การแจ้งเตือนให้ผู้ป่วยรับประทานยาหรือออกกำลังกาย


4. Big Data

การวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่หรือ Big Data ถือเป็นหนึ่งเทคโนโลยีที่โรงพยาบาลไม่ควรมองข้ามโดยเด็ดขาด เพราะเหล่าผู้บริหารของโรงพยาบาลจำนวนมากจากการสำรวจของ IDC ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าในอีก 5 ปีข้างหน้า เทคโนโลยีนี้จะนำมาซึ่งข้อมูลเชิงลึกที่มีคุณค่ามหาศาล ทำให้องค์กรสามารถตัดสินใจทางธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเป็น Data-Driven Healthcare Organization ซึ่งสุดท้ายจะช่วยให้โรงพยาบาลสามารถปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงานในองค์กรได้อย่างเหมาะสม และปลดล็อกศักยภาพอื่น ๆ อีกมากมาย


ไม่อยากเป็นโรงพยาบาลเดียวที่ตกเทรนด์?

เป็นอย่างไรกันบ้าง มีเทคโนโลยีไหนที่คุณอยากให้มีในโรงพยาบาลของตนเองบ้างไหม? ถ้าคุณต้องการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานภายในโรงพยาบาล นำเสนอบริการที่ตอบโจทย์และคุณภาพสูงให้แก่ผู้ป่วย และไม่อยากเป็นโรงพยาบาลเดียวที่ตกเทรนด์ อย่าลืมพิจารณาลงทุนในเทคโนโลยีเหล่านี้ เพื่อให้รับมือกับการเปลี่ยนแปลงของ Healthcare Landscape สมัยใหม่กันนะ


สำหรับใครที่อยากพูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็น หรือแบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับเทคโนโลยีด้านสุขภาพ สามารถพูดคุยกับพวกเรา MEDcury ได้ที่  02-853-9131 หรือ support@medcury.health หรือกรอกแบบฟอร์มที่นี่ แล้วเราจะรีบติดต่อกลับหาคุณโดยเร็วที่สุด


สามารถติดตามข่าวสารเพิ่มเติมเกี่ยวกับพวกเรา MEDcury ได้ที่


อ้างอิงข้อมูลจาก

Kommentare


bottom of page