top of page

ChatGPT จะ Disrupt บุคลากรทางการแพทย์หรือไม่?


หลาย ๆ คนคงได้ยินข่าวคราวของแชทบอตอัจฉิรยะที่กำลังโด่งดังอย่าง ChatGPT กันมาบ้างแล้วใช่ไหมล่ะ การเปิดตัว ChatGPT ในครั้งนี้ได้มีผู้เชี่ยวชาญหลายคนออกมาบอกว่านี่อาจกลายเป็นการจุดชนวน Tech Disruption ในวงการต่าง ๆ ให้เกิดขึ้นอีกครั้ง เช่น สายงานแปลภาษา สายงานโปรแกรมเมอร์ เป็นต้น แล้ว ChatGPT จะส่งผลต่อวงการแพทย์อย่างไรบ้าง วันนี้ MEDcury จะพาไปทุกคนสำรวจว่าเทคโนโลยีนี้จะเข้ามาช่วยส่งเสริมการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์หรือดิสรัปต์กันแน่


ChatGPT สอบผ่านใบอนุญาตประกอบวิชาชีพแพทย์ของสหรัฐ

เมื่อเดือนมีนาคม 2566 ที่ผ่านมา หนังสือ The AI Revolution in Medicine ได้ถูกตีพิมพ์ โดย Dr. Isaac Kohane ผู้เขียนหนังสือเล่มนี้ที่เป็นทั้งแพทย์และ Computer Scientist จาก Harvard ได้พูดถึงความสามารถของ ChatGPT รุ่นล่าสุด หรือ GPT-4 เอาไว้ว่ามันสามารถตอบคำถามเกี่ยวกับการสอบใบอนุญาตประกอบวิชาชีพแพทย์ของสหรัฐฯ ได้ถูกต้องมากกว่า 90% ซึ่งถือว่าดีกว่าแพทย์ที่มีใบประกอบบางคนด้วยซ้ำ


ChatGPT กับการวินิจฉัยโรคหายากอย่างรวดเร็ว

ในหนังสือเล่มเดียวกันนี้ ทาง Dr. Isaac ยังได้กล่าวอีกว่าเขาได้ลองทดสอบความสามารถของ ChatGPT โดยยกเคสจริงที่เขาเคยรักษามาให้ระบบได้ลองวินิจฉัยดู โดยงานนี้เขาได้ให้ข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับคนไข้ที่เขารวบรวมได้จากการตรวจร่างกาย เช่น ระดับฮอร์โมน และผลอัลตราซาวด์ เป็นต้น ซึ่งเจ้า ChatGPT นี้ก็สามารถวินิจฉัยได้อย่างแม่นยำและรวดเร็วภายในไม่กี่วินาทีว่าผู้ป่วยคนนี้มีอาการของโรคภาวะบกพร่องฮอร์โมนต่อมหมวกไตแต่กำเนิด (Congenital Adrenal Hyperplasia) ซึ่งเป็นโรคที่มีโอกาสเกิดขึ้นเพียงแค่ 1 ใน 100,000 คน นี่จึงเป็นเรื่องที่น่าทึ่งมากเพราะการที่แพทย์จะสามารถวินิจฉัยโรคหายากเช่นนี้ได้นั้นต้องสั่งสมความรู้และประสบการณ์นานหลายปี แต่ ChatGPT กลับสามารถทำได้ง่าย ๆ งานนี้ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าบุคลากรทางการแพทย์ควรจะประทับใจ หรือรู้สึกร้อน ๆ หนาว ๆ กันแน่


ChatGPT ในฐานะผู้ช่วยเสมือนของแพทย์

นอกจากจะเป็นนักเรียนคนเก่งที่สอบได้คะแนนดี และผู้วินิจฉัยโรคมือฉมังแล้วนั้น ChatGPT ยังสามารถอ่านรายงานและผลการศึกษาต่าง ๆ ที่มีความยาวหลายหน้า แล้วสรุปใจความสำคัญให้เสร็จสรรพได้ในพริบตา ซึ่งช่วยให้บุคลากรทางการแพทย์สามารถประหยัดเวลาที่ใช้ไปกับการทำงานบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ได้เป็นกอง และสุดท้ายแล้วบุคลากรทางการแพทย์จะกลับมามีเวลาดูแลผู้ป่วยมากขึ้นนั่นเอง

ทั้งนี้ หลายคนอาจจะคิดว่า ChatGPT เป็นแค่ระบบหุ่นยนต์ทื่อ ๆ ที่รวบรวมข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อตอบตามคำสั่ง ไม่มีชีวิตชีวาเหมือนมนุษย์ แต่จริง ๆ แล้วเจ้า ChatGPT นี้ยังสามารถให้คำแนะนำเคล็ดลับที่เป็นประโยชน์กับแพทย์ในการพูดคุยกับผู้ป่วยเกี่ยวกับอาการป่วยอย่างตรงประเด็น แต่ก็ยังเต็มไปด้วยความเห็นอกเห็นใจได้อีกด้วย


ถ้า ChatGPT อัจฉริยะขนาดนี้ แล้วบุคลากรทางการแพทย์ยังจำเป็นอยู่ไหม?

คำตอบคือจำเป็นแน่นอน! แม้ว่าจากที่กล่าวมา ChatGPT อาจจะดูเป็นระบบที่อัจฉริยะ แต่คำตอบของ ChatGPT ก็ไม่ได้ถูกต้อง 100% เสมอไป โดยในหนังสือเล่มเดียวกันนี้ได้พูดถึงข้อผิดพลาดของระบบ เช่น การแสดงค่า BMI ที่ผิดพลาด ซึ่งแม้จะดูเหมือนเล็กน้อย แต่จริง ๆ แล้วนี่อาจนำไปสู่ข้อผิดพลาดร้ายแรงในการสั่งยาหรือการวินิจฉัยที่คลาดเคลื่อนได้เช่นกัน


เป็นอย่างไรกันบ้าง บุคลากรทางการแพทย์หลาย ๆ คนอาจจะเบาใจที่ระบบนี้คงไม่ได้เข้ามาแทนที่ตนเองในเร็ว ๆ นี้ แต่ทุกคนคงเห็นถึงความสามารถของมันกันแล้วใช่ไหมล่ะ เพราะฉะนั้น MEDcury ก็ไม่อยากให้ทุกคนนิ่งนอนใจว่า AI ไม่มีวันดีกว่ามนุษย์ เพราะสุดท้ายแล้วเทคโนโลยีนี้จะเข้ามามีบทบาทในวงการแพทย์มากยิ่งขึ้นอย่างแน่นอน


สำหรับใครที่อยากพูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็น แบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับเทคโนโลยีสุขภาพ สามารถติดต่อหรือติดตามข่าวสารเพิ่มเติมเกี่ยวกับพวกเรา MEDcury ได้ที่

หรือ โทร. 02-853-9131 หรือ support@medcury.health หรือกรอกแบบฟอร์มที่นี่


อ้างอิงข้อมูลจาก


留言


bottom of page